รถยนต์ไฟฟ้า 100% “EV” มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? - Insure Friend Broker - "เรื่องประกันภัย ไว้ใจเพื่อนคนนี้"

รถยนต์ไฟฟ้า 100% “EV” มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง?

        ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจะเลือกซื้อรถยนต์ในเวลานี้ ได้พัฒนามาถึงจุดที่ต้องเลือกว่าจะใช้รถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงแบบเดิม หรือเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% EV” เพราะราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง อีกทั้งน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ใช้แล้วมีโอกาสหมดไป ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหามลพิษ
        หากใครคิดจะเปลี่ยนไปใช้รถ
EV ลองมาพิจารณาข้อดี-ข้อเสียดูก่อนว่ามีความ “คุ้มค่า” ต่อการตัดสินใจเลือกใช้เป็นพาหนะส่วนตัวไปอีกอย่างน้อย ๆ 4-5 ปีหรือไม่

ข้อดีของรถ EV

                1.ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอย่างน้ำมัน หรือแก๊ส แม้ว่ารถ EV จะมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์ แต่แนวโน้มราคาของรถ EV จะถูกลงเรื่อยๆ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในด้านค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการชาร์จเพื่อใช้เป็นพลังงานนั้น ราคาถูกกว่าน้ำมันที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่า

                2.ราคาไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงมีความคงที่ไม่มีความผันผวนสูง ไม่ปรับราคาขึ้น-ลงบ่อยเหมือนน้ำมัน ทำให้สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า

                3.ลดมลภาวะทางเสียง รถ EV ต่างจากรถใช้น้ำมันตรงที่ใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อน เมื่อไม่ได้ใช้น้ำมันจุดระเบิดเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ทำให้การขับขี่รถ EV มีเสียงเงียบกว่า

                4.รักษ์โลกไม่ก่อให้เกิดมลภาวะอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน เนื่องจากรถ EV ไม่มีไอเสียจากการเผาผลาญพลังงาน มลพิษทางอากาศจึงเป็น 0 ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับสิ่งแวดล้อมในโลกปัจจุบัน และช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงของโลก

                5.รถ EV มีกำลังแรงม้า และแรงบิดดีกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ในระดับเดียวกัน ทำให้อัตราเร่งที่ดีกว่า

แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้ามีมาก เริ่มตั้งแต่ออกตัวรถ ไม่ต้องรอเร่งเครื่องยนต์ให้รอบถึงจุดที่มีกำลังสูงสุด

                6.แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้ามีมาก เริ่มตั้งแต่ออกตัวขึ้นไป ไม่ต้องรอเร่งเครื่องยนต์ให้รอบถึงจุดที่มีกำลังสูงสุด และรถยนต์ EV ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบเกียร์เพื่อทดกำลัง หรือใช้แบบ Single Speed ทำให้ชิ้นเคลื่อนไหวน้อยลงกว่าครึ่ง มีน้ำหนักเบาลง                      

                7.สะดวกในการใช้งานรถ EV สามารถชาร์จไฟจากที่บ้านได้เลย เพียงแต่ต้องติดตั้งแท่นชาร์จไฟแบบพิเศษ หรือใช้ปลั๊คไฟที่ทำขึ้นมาเฉพาะชาร์จโดยตรงสำหรับรถยนต์ EV เท่านั้น

                8.ประหยัดค่าซ่อมบำรุง และเวลาที่ต้องเสียไปกับการนำรถเข้ารับบริการ เพราะรถยนต์ EV ไม่มีเครื่องยนต์และชุดเกียร์ ทำให้ลดขั้นตอนการบำรุงรักษา ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เช่น ไม่ต้องคอยเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันเกียร์

ข้อเสียของรถ EV

                1.ราคารถยนต์ และค่าใช้จ่ายในการขับรถ EV ปัจจุบันยังค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน หากรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนดีๆ เหมือนในต่างประเทศ น่าจะทำให้ราคาต่ำลงได้ เช่น ได้ขึ้นทางด่วนฟรี ภาษีรถไฟฟ้า EV ต่ำกว่ารถทั่วไป ล่าสุดแม้รัฐบาลมีมาตรการลดภาษีสรรพสามิตทำให้ราคารถ EV ลดลงบ้าง แต่ก็น่าจะมีมาตรการอื่นๆ เสริมเพื่อจูงใจให้คนอยากใช้รถ EV มากขึ้น

                2.สถานบริการชาร์จไฟยังไม่ครอบคลุม ซึ่งในอนาคตบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง (เช่น PPT หรือ EA) หรือภาครัฐ (เช่น การไฟฟ้านครหลวง) กำลังดำเนินการขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น  

                3.ใช้เวลาในการชาร์จที่บ้านค่อนข้างนาน 6 - 8 ชั่วโมง แม้เทคโนโลยีในปัจจุบันพัฒนาให้แบตเตอรี่, ระบบชาร์จไฟ เร็วยิ่งขึ้น แต่ปัญหายังคงเป็นเรื่องของระยะเวลาในการชาร์จ ซึ่งไม่เหมือนการเติมน้ำมันที่ใช้เวลาน้อยกว่าเพียงไม่ถึง 2 นาทีก็สามารถเติมน้ำมันได้เต็มถัง ขณะที่รถ EV ที่ใช้ระบบชาร์จเร็วก็ต้องใช้เวลาชาร์จนานราวๆ 30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระบบกระแสไฟฟ้าที่จ่ายและประเภทของแบตเตอรี่

                4.เมื่อไฟฟ้าในแบตเตอรี่หมดไม่สามารถใช้แบตเตอรี่จากแหล่งอื่นๆ มาจัมพ์ได้ ต้องเรียกศูนย์บริการหรือรถสไลด์เท่านั้น

                5.แบตเตอรี่ลิเทียม เมื่อหมดอายุการใช้งาน อาจก่อให้เกิดปัญหาขยะเป็นพิษ ถ้าหากไม่มีวิธีกำจัดที่ดีเพียงพออาจก่อให้เกิดปัญหามลภาวะอีกรูปแบบหนึ่งในอนาคต

                6.ถ้าหากรถยนต์ EV เสีย หรือมีปัญหา อาจไม่มีทางเลือกในการหาสถานที่ซ่อมมากนักในช่วงต้น อาจยังต้องใช้บริการศูนย์ซ่อม หรือช่างซ่อมรถยนต์ที่เป็นทางการของเจ้าของแบรนด์ไปก่อน แต่เมื่อช่างรถยนต์ข้างนอกมีความเชี่ยวชาญ หรือเชื่อถือได้มากขึ้น ก็น่าจะเป็นอีกช่องทางเลือกหนึ่งในการส่งซ่อมรถได้หลากหลายขึ้นในอนาคต

                7.การรับประกันรถ EV ส่วนใหญ่ยังมีราคาค่อนข้างสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป เนื่องจากปริมาณการใช้รถ EV ในปัจจุบันมีจำนวนไม่มาก และสถิติความเสียหายของการใช้รถ EV มีจำนวนน้อย ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยอาจไม่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันมีการกำหนดเบี้ยประกันภัยรถ EV ในอัตราที่สูงกว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ทั่วไปประมาณ 20% เนื่องจากการซ่อมรถ EV มีค่าแรงและค่าอะไหล่ที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไปเพราะต้องซ่อมผ่านศูนย์หลักเท่านั้น


เรื่องประกันภัย ไว้ใจเพื่อนคนนี้

อินชัวร์เฟรนด์โบรกเกอร์
Call : 063-636-5456  |  02-114-6464
Line ID: @insurefriend ( คลิก http://lineid.me/insurefriend )

 

My Instagram

Copyright © Insure Friend Broker - "เรื่องประกันภัย ไว้ใจเพื่อนคนนี้".